บริการไปรษณีย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Postal Service)
บริการไปรษณีย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Postal Service)
แม้ว่ายุคนี้การสื่อสารแบบรวดเร็วทันใจ (Instant communication) เช่น การส่งข้อความสนทนาทางอินเทอร์เน็ตแบบทันใจ (Instant messaging) การติดต่อสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ การรายงานข่าวและพยากรณ์อากาศผ่านทางโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น จะเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วไป เนื่องจากโลกในยุคปัจจุบัน เหตุการณ์หนึ่งๆ ที่เกิดขึ้นในซีกโลกหนึ่งมักจะส่งผลถึงอีกซีกโลกหนึ่งในเวลาไม่นานนัก ตามที่มีผู้กล่าวไว้ว่า หากผีเสื้อตัวเดียวขยับปีก ณ ที่ใดที่หนึ่งของโลกก็อาจทำให้ผู้คนอีกฟากหนึ่งของโลกได้รับผลกระทบในไม่ช้า แต่การติดต่อสื่อสารด้วยวิธีเดิมๆ ที่ต้องใช้เวลาในการส่งสารก็ยังเป็นที่จำเป็นในบางกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไปรษณีย์ ทั้งนี้เพราะเราไม่สามารถส่งเอกสารบางอย่างโดยไม่ใช้บริการไปรษณีย์ได้ ตัวอย่างเช่น นักเรียน Prep School สามารถส่งแบบฟอร์มขออนุญาตออกนอกโรงเรียน (Prep Permission) ทางอีเมลได้ แต่นักเรียน Prep School ก็ไม่สามารถส่งเอกสารขอเบิกจ่ายค่าเดินทางเพื่อร่วมโครงการช่วงคริสต์มาสที่ Stony Point ทางอีเมลได้ เพราะต้องส่งหางตั๋วหรือใบเสร็จรับเงินค่าเดินทางแนบมาเป็นเอกสารประกอบการพิจารณาเบิกจ่ายค่าเดินทางด้วย เพื่อนๆ นักเรียนทุนที่ต่ออายุหนังสือเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถบีบอัดเล่มหนังสือเดินทางและส่งผ่านสายโทรศัพท์ไปยังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตันได้ อีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ หน่วยบัญชีและการเงินของสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ ก็ไม่สามารถส่งเช็คให้กับเพี่อนๆ นักเรียนทุนหากไม่ใช้บริการไปรษณีย์ เป็นต้น หากขาดบริการไปรษณีย์แล้ว การประกอบธุรกรรมต่างๆ คงเป็นไปด้วยความลำบาก การเบิกจ่ายต่างๆ คงเป็นไปด้วยความยุ่งยาก และเพื่อนๆ นักเรียนทุนส่วนหนึ่งที่รับค่าใช้จ่ายประจำเดือนเป็นเช็คคงอดอยากปากแห้งไปตามๆ กัน (หนึ่งในนั้นคือผู้เขียนนั่นเอง)
การบริการไปรษณีย์ในสหรัฐอเมริกาเริ่มขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคม 1775 หลังจากที่ Second Continental Congress มีมติจัดตั้ง Post Office Department และแต่งตั้ง Postmaster General เป็นผู้ดูแลกรมไปรษณีย์ อันเป็นหน่วยงานกลางสหรัฐที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับที่สอง เบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin) เป็น Postmaster General คนแรกของกรมไปรษณีย์ นับแต่นั้นมา Post Office Department ก็ได้รับการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเป็น United States Postal Service ในปัจจุบัน[1]
ด้วยปริมาณซองจดหมายที่มีมากขึ้นทุกวัน การคัดแยกจดหมายเพื่อจัดส่งไปยังพื้นที่ต่างๆ จึงเป็นไปด้วยความลำบากมากขึ้น ดังนั้น ในวันที่ 30 เมษายน 1963 กรมไปรษณีย์จึงประกาศใช้ระบบรหัสไปรษณีย์ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 1963 เป็นต้นมา รหัสไปรษณีย์ในประเทศสหรัฐอเมริกามีชื่อเรียกเฉพาะว่า ZIP Code โดยคำว่า ZIP ย่อมาจาก Zoning Improvement Plan รหัสไปรษณีย์นี้มี 5 หลัก แบ่งเป็นกลุ่มๆ ดังนี้
- หลักแรก มีความสำคัญมากที่สุด เป็นเลข 0-9 โดยขึ้นกับพื้นที่ส่วนต่างๆ ของสหรัฐฯ เลข 0 ใช้สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออก ไล่ไปจนถึงเลข 9 ซึ่งใช้สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันตก
- หลักที่สองและสาม บ่งบอกพื้นที่ที่ละเอียดขึ้น โดยถือเอาศูนย์กลางประชากรและโครงข่ายคมนาคมเป็นหลัก โดยทั่วไปจะเป็นรหัสของศูนย์คัดแยกจดหมายประจำท้องที่นั้นๆ
- หลักที่สี่และห้า บ่งบอกที่ทำการไปรษณีย์ย่อย หรือพื้นที่ย่อยๆ ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์คัดแยกจดหมายในท้องที่นั้นๆ[2]

รูปที่ 1 แสดงพื้นที่แบ่งตามรหัสไปรษณีย์สามหลักแรก[3]
ตัวอย่างเช่น รหัสไปรษณีย์ 03894 เลข 0 คือรัฐในแถบ New England 38 คือศูนย์คัดแยกจดหมาย Portsmouth, NH 94 คือที่ทำการไปรษณีย์ย่อยในศูนย์นี้ รวมทั้งหมดคือที่ทำการไปรษณีย์ Wolfeboro, NH 19104 เลข 1 คือรัฐ New York หรือ Pennsylvania 91 คือ Philadelphia Main 04 คือที่ทำการไปรษณีย์ในศูนย์นี้ รวมทั้งหมดคือ Philadelphia Main Post Office เป็นต้น (ดูรูปที่ 1 ประกอบ)[4]
เมื่อมีการใช้บริการ ก็ย่อมมีค่าธรรมเนียม บริการไปรษณีย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกาเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางดวงตราไปรษณียากร (Stamps) ในอัตราที่ต่างๆ กัน ตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา USPS ไม่ได้ปรับอัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ ขึ้น กล่าวคือ $0.37 สำหรับจดหมายซองเล็กในประเทศ $0.80 สำหรับจดหมายซองเล็กระหว่างประเทศ ฯลฯ แต่ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2005 ที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงของ USPS มีมติให้ปรับอัตราค่าบริการขึ้นประมาณร้อยละ 5.4 เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายฉบับหนึ่งที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ออกในปี 2003 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2006[5] ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา อัตราค่าธรรมเนียมในการใช้บริการไปรษณีย์ประเภทต่างๆ จึงเป็นดังนี้
ตารางที่ 1 เปรียบเทียบอัตราค่าธรรมเนียมแบบเก่าและแบบใหม่
บริการ | เก่า | ใหม่ |
First-Class Letter (1 oz.) | 37¢ | 39¢ |
First-Class Letter (2 oz.) | 60¢ | 63¢ |
Postcard | 23¢ | 24¢ |
Priority Mail (1 lb.) | $3.85 | $4.05 |
Express Mail (1/2 lb) | $13.65 | $14.40 |
Express Mail (2 lb) | $17.85 | $18.80 |
โดย First-Class Letter คือจดหมายแบบปกติที่พวกเราใช้ส่งกันบ่อยครั้ง Postcard คือไปรษณียบัตรต่างๆ Priority Mail เป็นพัสดุประเภทเอกสารต่างๆ หรือของขวัญ ส่วน Express Mail คือบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ
หากจะลงรายละเอียดกันให้มากขึ้น เพื่อนๆ นักเรียนทุนสามารถคำนวณค่าบริการไปรษณีย์กันได้ไม่ยาก โดย First-Class Letter จะเริ่มที่ $0.39 สำหรับออนซ์แรก และเพิ่ม $0.24 สำหรับแต่ละออนซ์และเศษของออนซ์ที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น หากจดหมายหนัก 2.9 ออนซ์ ก็จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมราคา $0.87 ทั้งนี้ มีจดหมายบางประเภทที่ไม่สามารถเข้าเครื่องคัดแยกจดหมายได้ กล่าวคือ หนักน้อยกว่า 1 ออนซ์และขนาดซองใหญ่กว่า 6.125x11.5 นิ้ว หรือมีรูปร่างหรือสิ่งของภายในผิดแปลกไปจากซองจดหมายปกติ จดหมายประเภทนี้ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอีก 13 เซนต์ รวมเป็น 52 เซนต์[6]
นอกจากบริการโดยทั่วไปแล้ว บริการพิเศษอื่นๆ ก็ขึ้นราคาตามไปด้วยกัน ดังนี้
ตารางที่ 2 เปรียบเทียบอัตราค่าบริการพิศษต่างๆ แบบเก่าและแบบใหม่
บริการพิเศษ | เก่า | ใหม่ |
Certificate of Mailing |
| 95¢ |
Certified Mail | $2.30 | $2.40 |
Delivery Confirmation (Priority) | 45¢ | 50¢ |
Delivery Confirmation (First Class Parcels) | 55¢ | 60¢ |
Return Receipt (Original Signature) | $1.75 | $1.85 |
Return Receipt (Electronic) | $1.30 | $1.35 |
Money Orders (up to $500) | 90¢ | 95¢ |
โดย Certificate of Mailing ให้หลักฐานว่าได้ทำการส่งจดหมายแล้ว Certified Mail ให้หลักฐานการส่งและจ่ายจดหมาย Delivery Confirmation ให้หลักฐานการจ่ายจดหมาย Return Receipt เป็นไปรษณียบัตรแสดงหลักฐานการจ่ายจดหมายและลายเซ็นของผู้รับจดหมาย (บัตรเขียวที่น้องๆ นักเรียนทุนระดับมัธยมศึกษาได้รับกลับมาเมื่อซองใบสมัครมหาวิทยาลัยถึงที่หมายแล้ว) ส่วน Money Order จะเป็นคล้ายๆ กับเช็ค แต่ซื้อได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์
ตัวอย่าง นักเรียนทุนรัฐบาลระดับมัธยมศึกษา (Prep School) คนหนึ่งเข้าร่วมโครงการช่วงคริสต์มาสและต้องการส่งซองใบสมัครมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งจาก Stony Point, NY โดยใช้ซองจดหมายขนาด 9x12 นิ้ว ที่หนัก 1.5 ออนซ์ และบริการ Certified Mail และ Return Receipt แบบ Original Signature ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมด $4.88 (จากเดิมที่เคยเป็น $4.65) หากนักเรียนคนนี้ไม่มีเช็คธนาคารสั่งจ่ายค่าธรรมเนียมสมัครสถานศึกษาและต้องซื้อ Money Order ราคา $60 ก็จะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม $60.95 ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับค่าบริการต่างๆ ภายในประเทศได้ที่ http://www.usps.com/consumers/domestic.htm
ส่วนอัตราค่าธรรมเนียมระหว่างประเทศก็ปรับราคาขึ้นเช่นเดียวกัน สำหรับค่าธรรมเนียมส่งจดหมายไปยังประเทศไทย ซึ่งจัดเป็นกลุ่มที่ 5 โดยคร่าวๆ มีดังนี้ จดหมายทางอากาศ (Airmail Letter-post) เริ่มต้นที่ $0.84 จากเดิม $0.80 พัสดุทางอากาศ (Airmail Parcel Post) เริ่มต้นที่ $13.25[7] ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับค่าบริการต่างๆ ไปยังประเทศไทยได้ที่ http://pe.usps.com/text/Imm/immicl/immicltz_004.html
หากเพื่อนๆ นักเรียนทุนทราบขนาดของซองจดหมายหรือพัสดุ และน้ำหนัก ก็สามารถคำนวณค่าบริการต่างๆ ได้ โดยใช้บริการ Postage Rate Calculator ซึ่งอยู่ที่ http://postcalc.usps.gov/
ด้วยความจำเป็นต่างๆ ทำให้เราต้องส่งจดหมายทางไปรษณีย์ และด้วยความจำเป็นต่างๆ ทำให้ United States Postal Service ต้องขึ้นราคาค่าบริการต่างๆ แต่อย่างไรก็ดี ค่าบริการที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้ความจำเป็นของพวกเราลดลงไป เรายังคงต้องใช้บริการ USPS กันต่อไป เพื่อให้การประกอบธุรกรรมและการเบิกจ่ายต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบง่าย และที่สำคัญคือ เพื่อให้บริการไปรษณีย์ของสหรัฐอเมริกาคงอยู่ได้ด้วยมือเล็กๆ ของพวกเราผู้ใช้บริการนั่นเอง
ชินวัตร อิศราดิสัยกุล
นักเรียนทุนรัฐบาลไทยรุ่นปี 2547 (TS47)
20 มกราคม 2549
[1] USPS - The Postal Service Begins: http://www.usps.com/postalhistory/postal_service_begins.htm
[2] History of the United States Postal Service 1775-1993: http://www.usps.com/history/his2_75.htm
[3] แหล่งที่มาของภาพ: http://en.wikipedia.org/wiki/Image:ZIP_code_zones.png
[4] 3-digit ZIP Codes: 0-1: http://en.wikipedia.org/wiki/3-digit_ZIP_Codes:_0-1
[5] Governors Approve Change in Postage Rates: http://www.usps.com/communications/news/press/2005/pr05_097.htm
[6] USPS - Simplified Domestic Rates and Fees: http://www.usps.com/consumers/domestic.htm
[7] Country Conditions for Mailing - Thailand: http://pe.usps.com/text/Imm/immicl/immicltz_004.html